
แม้ว่าประกันรถยนต์ภาคสมัครใจจะเป็นประกันภัยรถยนต์ที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้เอาประกันภัย ที่เห็นถึงความเสี่ยงภัยแห่งตนและมีความคิดที่จะกระจายความเสี่ยงภัยออกไปยังบุคคลอื่น คือการประกันภัยไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัย เช่น ในกรณีที่คุณเฉี่ยวชน ถ้าไม่มีประกันภัยก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถ มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอุบัติเหตุ แต่ถ้าคุณทำประกัน คุณสามารถตัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ออกไปได้เลย ดังนั้นวันนี้เราจะมาชวนเลือกประกันอย่างไรให้ถูกใจและคุ้มค่ากันเลย
1. เลือกใช้บริษัทประกันภัยที่น่าเชื่อถือ
สิ่งแรกที่อยากจะแนะนำเลยก็คือการเลือกบริษัทดีมีชัยไปกว่าครึ่ง หากคุณไม่อยากโดนโกงค่าเบี้ยประกัน หรือต้องการบริการที่มั่นใจก็ควรจะเลือกบริษัทประกันภัยที่น่าเชื่อถือ ต้องเช็คประวัติเสมอว่าเปิดมานานแค่ไหน ได้รางวัลการันตีเรื่องบริการอะไรมาบ้าง มีลูกค้าไว้วางใจใช้บริการมากน้อยแค่ไหน หรือเลือกจากบริษัทที่มีชื่อเสียงมานานอย่าง วิริยะประกันภัย ธนชาตประกันภัย เป็นต้น
2. บริการดี เคลมง่าย
สิ่งที่จะได้รับต่อมาหลังจากที่เลือกบริษัทที่ดีมีคุณภาพแล้ว แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ก็เรียกง่าย เคลมไว ไม่ต้องรอให้เสียเวลา แถมไม่มีเงื่อนไขงอกออกมานอกจากตัวกรมธรรม์ที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก เพราะบางบริษัทก็ไม่ได้ซื่อสัตย์กับลูกค้า ตอนจะขายก็บอกว่าเคลมได้หมด แต่พอจะเคลมเข้าจริง อันนั้นก็ไม่ได้ อันนี้ก็ต้องจ่ายเพิ่ม แบบนี้ก็ใม่ไหวนะ
3. เลือกประกันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การขับขี่
คุณต้องรู้จักไลฟ์สไตล์การใช้รถของตัวเองก่อน เช่น ใช้รถเยอะ ใช้รถน้อย ขับแต่ในเมือง หรือขับออกต่างจังหวัดบ่อย เส้นทางการใช้รถเป็นประจำมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากน้อยแค่ไหน จอดรถสุ่มเสี่ยงหายหรือไม่ หรือแม้แต่ประสบการณ์การขับรถของคุณเอง ขับรถมานานแล้ว หรือพึ่งขับเป็นสดๆ ร้อนๆ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยกำหนดความเหมาะสมในการเลือกซื้อแผนประกันรถยนต์ของคุณได้เบื้องต้นนั่นเอง
4. ความครอบคลุมของศูนย์บริการ สาขา หรืออู่ในโครงการ
อีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาก็คือทางบริษัทประกันภัยมีศูนย์สาขาหรืออู่ครอบคลุมทุกพื้นที่มากน้อยแค่ไหน เพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ หากต้องการติดต่อกับเจ้าหน้าที่หรือดำเนินเรื่องต่างๆ สามารถเดินทางไปได้สะดวกหรือไม่
5. เลือกโปรแกรมความคุ้มครอง
ในปัจจุบันประเภทของประกันภัยรถยนต์ก็จะแบ่งออกเป็นหลายๆ ประเภท เช่น ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 ประกันชั้น 3 ซึ่งก็จะให้ความคุ้มครองและราคาเบี้ยประกันที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเมื่อคุณรู้ไลฟ์สไตล์การขับขี่ของตัวเองก็จะช่วยเลือกประกันที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับตัวเรามากที่สุด
เช็คเบี้ยประกันได้ง่ายๆ ที่ Mr.Kumka เราได้รวบรวมข้อมูลประกันภัยรถยนต์ให้คุณได้เข้ามาเช็คกันได้ง่ายๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อประกัน
