คลินิกกายภาพ

เมื่อได้ยินคำว่าทำกายภาพบำบัด หลายคนอาจจะนึกถึงผู้ป่วยที่มีอาการหนัก เช่น เดินไม่ได้ หรือช่วยเหลือตัวเองลำบากเนื่องจากร่างกายได้รับบาดเจ็บรุนแรงมาใช่หรือไม่ แต่ที่จริงแล้วต้องพูดว่า ไม่ว่าใครก็มีโอกาสใช้บริการคลินิกกายภาพบำบัด เพราะคนที่จำเป็นต้องฟื้นฟูสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่อาการหนัก คนที่การเคลื่อนไหวผิดไปจากเดิมแม้เพียงน้อยนิดก็สมควรที่จะได้รับการประเมินเบื้องต้นและทำกายภาพเช่นกัน

ทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้ง การทำกายภาพคืออะไร และใครที่ต้องทำ

กายภาพ หรือ กายภาพบำบัด เป็นศาสตร์การฟื้นฟูสุขภาพร่างกายโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ และเครื่องมือต่าง ๆ ร่วมกัน พวกอุปกรณ์หรือเครื่องมือในการนวด การประคบร้อนเย็นที่หาซื้อได้ทั่วไป ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือขั้นพื้นฐานของการทำกายภาพบำบัด ทั้งนี้สถานที่ทำกายภาพบำบัดสามารถพบได้เป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลหรือเป็นคลินิกกายภาพโดยเฉพาะ

และอย่างที่ทราบกันว่ากายทำกายภาพบำบัดต้องอาศัยเทคนิคและเข้าใจความเจ็บป่วยของร่างกายคนไข้แต่ละคนเป็นอย่างดี เวลาไปที่ศูนย์หรือคลินิก ผู้ป่วยก็มักจะได้รับการรักษาที่ควบคุมดูแลโดยนักกายภาพบำบัด ซึ่งจะดำเนินการรักษาเราด้วยการปฏิบัติตามหลักวิทยาศาสตร์

คนที่มักจะถูกส่งตัวไปทำกายภาพแบบไม่มีข้อแม้มีหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่มีแนวโน้มติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้ที่พักฟื้นจากอุบัติเหตุหรือการรักษาใด ๆ ที่ทำให้ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เป็นปกติเหมือนเดิม

สำหรับคนที่ไม่ได้ผ่านสมรภูมิโรคภัยมา แต่พบว่าตัวเองเริ่มมีอาการ เช่น รู้สึกเมื่อยล้าเวลานั่งนาน ๆ ตึงไหล่ ปวดหลัง นิ้วล็อก ฯลฯ ถ้ามีอาการเหล่านี้แนะนำว่าควรเริ่มมองหาคลินิกกายภาพบำบัดเพื่อเข้ารับคำปรึกษาฟื้นฟูและป้องกันปัญหาใหญ่ที่จะตามมาภายหลังไว้แต่เนิ่น ๆ

4 อาการเจ็บป่วยที่คนไม่รู้ว่าควรลองไปรักษาที่คลินิกกายภาพบำบัด

ทราบกันแล้วว่ามีพวกอาการผิดปกติหรือเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อยหลายอย่างมากที่คนป่วยไม่ทันนึกว่าควรได้รับการประเมินและรักษาแต่เนิ่น ๆ ที่คลินิกกายภาพบำบัด วันนี้เราได้รวบรวม 4 อาการเจ็บป่วยที่ใคร ๆ ก็มีโอกาสเป็นแต่ไม่ทราบว่าควรรีบไปรักษาด้วยกายภาพบำบัด

คอยื่นหลังค่อม

หลายคนนึกว่าอาการหลังค่อมและคอยื่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคลิกภาพที่ดูไม่ดี แต่หากมีอาการเช่นนี้ขอให้รู้ไว้ว่ามันจะพัฒนาไปอีกขั้น เป็นความเจ็บปวดที่ถ้าถึงเวลาก็อาจจะเกิดความยุ่งยากในการรักษามากกว่าตอนเริ่มเป็นแน่นอน

ออฟฟิศซินโดรมหรือปวดเมื่อยตามร่างกาย

อันนี้เบสิกและไม่ยากที่จะต้องตระหนักว่าสมควรได้รับการรักษา ปัญหาคือ หลายคนเลือกวิธีการไปผ่อนคลายตามร้านสปาร้านนวดเป็นครั้งคราว แต่นั่นไม่ทำให้ความเจ็บป่วยที่เป็นหายไปได้แบบถาวร ขอแนะนำให้เข้าคลินิกกายภาพเพราะจะได้รับการรักษาตรงจุดและสม่ำเสมอ

โรครองช้ำ

โรครองช้ำหรือกล้ามเนื้อฝ่าเท้าอักเสบเกิดบ่อยในผู้ที่ต้องเดินเป็นเวลานานแต่ไม่สวมใส่รองเท้าที่ซัพพอร์ตและอาจมีน้ำหนักตัวมากร่วมด้วย

โรคหลอดเลือดสมอง

เป็นโรคที่สมองเกิดความเสียหายแบบเฉียบพลันทำให้เกิดความผิดพลาดในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถดีขึ้นจนกลับไปปกติเกือบเต็มร้อยได้ หากได้รับการกายภาพบำบัดร่างกายในส่วนที่สูญเสียการเคลื่อนไหวอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ เป็นการย้ำให้สมองจดจำการทำงานร่างกายส่วนนั้นอีกครั้ง

ไม่ต้องรอให้เกิดเรื่องใหญ่ ขอเพียงแค่รู้สึกว่าตัวเองเคลื่อนไหวหรือทำอะไรผิดแปลกไปจากเดิม เพียงเท่านี้คุณก็เป็นอีกหนึ่งคนที่สมควรเดินเข้าคลินิกกายภาพบำบัดเพื่อรับการประเมินรักษาต่อไปแล้ว

Explore More

การติดตามผลหลังทำ IVF กับคลินิก IVF ย่านสุขุมวิท แบบเข้าใจง่ายและเป็นกันเอง

คลินิก IVF ย่านสุขุมวิท

หลังจากผ่านกระบวนการทำ IVF กับคลินิก IVF ย่านสุขุมวิท การติดตามผลถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วยให้เรารู้ว่ากระบวนการนี้ประสบความสำเร็จหรือมีข้อควรระวังอะไรบ้าง การติดตามผลยังช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนดูแลและให้คำแนะนำต่อไปได้ตรงจุด เพื่อให้คู่รักที่เข้ารับบริการมั่นใจและได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ การตรวจติดตามผลหลังทำ IVF หลังจากที่ทำการปลูกตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูกแล้ว โดยปกติแพทย์จะนัดตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมน hCG ซึ่งบ่งบอกถึงการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปจะตรวจครั้งแรกหลังทำ IVF ประมาณ 10-14 วัน หากระดับฮอร์โมนสูงขึ้นตามเกณฑ์ แสดงว่าการตั้งครรภ์มีแนวโน้มสำเร็จ แต่ถ้าผลตรวจไม่เป็นไปตามคาด แพทย์จะให้คำแนะนำและวางแผนขั้นตอนต่อไปอย่างเหมาะสม ระยะเวลาการนัดติดตามผลและขั้นตอนหลัก ตรวจเลือดครั้งแรก: ประมาณ 10-14 วันหลังทำ IVF

เข้าใจโครงสร้างเตียงผู้ป่วย: จากระบบมือหมุนสู่เตียงไฟฟ้าอัจฉริยะ

เตียงผู้ป่วย

หากเปรียบเทียบในแง่ของการดูแลผู้ป่วย เตียงผู้ป่วยคือ “หัวใจของการพักฟื้น” เพราะไม่ใช่เพียงที่นอน แต่เป็นเครื่องมือช่วยชีวิตที่ออกแบบให้รองรับการฟื้นตัวของร่างกายได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ตั้งแต่ผู้ที่ต้องพักรักษาตัวเพียงชั่วคราว ไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องดูแลระยะยาว การเข้าใจโครงสร้างของเตียงผู้ป่วยและวิวัฒนาการของมันจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแต่ละยุคมีเทคโนโลยีและแนวคิดที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความสะดวก ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานของเตียงผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นเตียงแบบพื้นฐานหรือแบบไฟฟ้า เตียงผู้ป่วยทุกแบบมีส่วนประกอบหลักคล้ายกัน ได้แก่ เตียงผู้ป่วยที่ออกแบบดีต้องรองรับการเปลี่ยนท่าทางของร่างกายได้อย่างราบรื่น ช่วยให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บขณะปรับท่านอน และลดภาระการออกแรงของผู้ดูแล เตียงระบบมือหมุน: จุดเริ่มต้นของการดูแลแบบดั้งเดิม ก่อนที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาท เตียงผู้ป่วยแบบมือหมุนถือเป็นมาตรฐานในโรงพยาบาลและบ้านพักฟื้น เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน และราคาย่อมเยา ระบบมือหมุนใช้หลักกลไกเฟืองและแกนเหล็กในการปรับระดับส่วนหัว ส่วนขา หรือปรับความสูงของเตียง แม้จะต้องใช้แรงหมุน แต่ก็มีข้อดีคือไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้า

การทำกิ๊ฟ: อดีตเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

ทำกิ๊ฟคือ

GIFT(Gamete Intrafallopian Transfer) หรือ การทำกิ๊ฟคือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ในอดีตที่แพทย์ใช้อย่างแพร่หลาย  แต่ปัจจุบันไม่นิยมทำแล้ว เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วอัตราความสำเร็จของการทำกิ๊ฟอยู่ที่ประมาณ 20-30% ต่อรอบการรักษา ขั้นตอนการทำกิ๊ฟ 1. กระตุ้นให้มีไข่ตก แพทย์จะให้ยาฮอร์โมนแก่ผู้หญิงเพื่อกระตุ้นให้รังไข่ผลิตไข่จำนวนมาก 2. เก็บไข่ แพทย์จะทำการเก็บไข่จากรังไข่ของผู้หญิงโดยวิธีการผ่าตัดเล็ก  โดยใช้เข็มดูดไข่ผ่านช่องคลอด 3. เก็บน้ำเชื้อ เก็บตัวอย่างน้ำเชื้อจากผู้ชาย 4. ล้างและคัดกรองน้ำเชื้อ แยกสเปิร์มที่มีสุขภาพดีออกจากส่วนอื่นๆ ของน้ำเชื้อ 5. ผสมไข่และอสุจิ นำไข่ที่ได้มาผสมกับอสุจิที่ผ่านการคัดกรองแล้วในห้องปฏิบัติการ 6. ฉีดตัวอ่อน แพทย์จะฉีดตัวอ่อนที่ได้โดยตรงเข้าไปยังท่อนำไข่ของผู้หญิงในช่วงที่มีไข่ตก